เกาะติดสถานการณ์ Covid-19 ประจำวันที่ 23 เมษายน 2563

279

ลดลงอีก ป่วยโควิดรายใหม่เหลือ 13 ราย ดับ 1 ราย ป่วยสะสม 2,839 ราย เผย กทม.ตรวจเชิงรุก 1.8 พัน เจอรายเดียว

วันนี้ (23 เม.ย.) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) แถลงข่าวประจำวัน ว่า ผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่จำนวน 13 ราย หายป่วยกลับบ้านเพิ่ม 78 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสมรวม 2,839 ราย หายป่วยรวม 2,430 ราย เสียชีวิตรวม 50 ราย ยังรักษาใน รพ. 359 ราย สำหรับผู้เสียชีวิต คือ หญิงไทย อายุ 78 ปี มีโรคประจำตัว คือ หลอดเลือดสมอง เข้ารับการรักษา รพ.แห่งหนึ่งใน กทม. วันที่ 21 มี.ค. ด้วยอาการทางเดินปัสสาวะอักเสบ ต่อมาวันที่ 24 มี.ค. มีอาการไข้ ปอดบวม จึงส่งเก็บตัวอย่างหาเชื้อแล้วเจอโควิดวันที่ 5 เม.ย. ต่อมาอาการแย่ลง และเสียชีวิตวันที่ 21 เม.ย. ด้วยสาเหตุการติดเชื้อในกระแสเลือดและภาวะหายใจล้มเหลว

“คนเสียชีวิตอายุมากกว่า 60 ปี คนติดเชื้อมากที่สุดยังเป็นกลุ่มวัยหนุ่มสาววัยทำงาน คือ คนติดเชื้อมากสุดไม่ได้เสียชีวิตมากสุด แต่คนป่วยน้อยกลับเสียชีวิตมาก ทั้งนี้ มวยมี 12 ยก มีหลายบอกว่าโรคนี้ยาวนานเป็นปี นี่เราเข้าเดือนที่ 4 หรือยกที่ 4 เอง ต้องเก็บคะแนนไปเรื่อยๆ วันนี้เรา 13 ราย จากเคยสูงสุด 188 ราย ช่วงวันที่ 22 มี.ค. ตอนนี้เราทำคะแนนได้อย่างดี แต่คะแนนนี้ต้องไปทำทุกยกอีกยาว อย่างที่บอกกันว่า การ์ดอย่าตก ถ้าตกแม้แต่นิดเดียว บางประเทศน็อกไปแล้ว ทยานขึ้นเป็นหลักพันและจะเป็นหลักหมื่น คงเป็นบทเรียนของเรา วันนี้ผู้ป่วยรักษาอยู่ก็ลดลงเป็นกราฟที่เราต้องการ จะใช้ปริมาณทรัพยากรใน รพ.น้อยลง เหลือพื้นที่เตียง ทำให้บุคลากรทางการแพทย์เราได้พักบ้าง” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ 13 ราย พบว่า 1.สัมผัสผู้ป่วยรายก่อนหน้า 5 ราย คือ กทม. ชลบุรี สงขลา ชุมพร 2.คนไทยกลับจากต่างประเทศ 1 ราย 3.ไปสถานที่ชุมชน เช่น ห้าง ตลาดนัด ที่ท่องเที่ยว 1 ราย 4.อาชีพเสี่ยง 2 ราย 5.ตรวจก่อนทำหัตถการ 1 ราย ซึ่งหลาย รพ.เริ่มตรวจมากขึ้นในคนที่มีความเสี่ยง อย่างการสแกนผู้ป่วยก่อนผ่าตัดเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีเชื้อ 6.ค้นหาเชิงรุก 3 ราย ที่ จ.ภูเก็ต ซึ่งเจาะเฉพาะบางกลุ่มครอบคลุมในกลุ่มที่สงสัย โดยภูเก็ตเลือกวิธีหาเคสที่เดินไปที่ร้านขายยาและคลินิกและตรวจเข้ามา แสดงว่าต้องมีการเจ็บป่วยจึงไปร้านขายยาหรือคลินิก จึงเจออีก 3 คน พยายามหาเคสเพื่อไม่ให้เป็นพาหะนำโรคขยายไปมากกว่านี้

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า การกระจายแต่ละจังหวัดที่เกิดขึ้นจาก 13 คน ได้แก่ กทม. 4 ราย ภูเก็ต 4 ราย ชลบุรี สงขลา ชุมพร ปทุมธานี นครปฐม จังหวัดละ 1 ราย ส่วนการวิเคราะห์จังหวัดปลอดโรค พบว่า ไม่มีรายงานเลย 9 จังหวัดตามเดิม ไม่มีผู้ป่วยในช่วง 28 วัน มี 9 จังหวัด มีรายงานในช่วง 14-28 วันมี 32 จังหวัด มีรายงานใน ช่วง 7-14 วัน 13 จังหวัด และมีรายงานผู้ป่วยช่วง 7 วัน 14 จังหวัด โดยจังหวัดที่มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคมากกว่า 1 พันราย ได้แก่ กทม. 10,942 ราย ยะลา 4,060 ราย นนทบุรี 3,578 ราย ชลบุรี 1,844 ราย ภูเก็ต 2,136 ราย และสมุทรปราการ 1,285 ราย คือ มีอาการคล้ายๆ กันแล้วค่อยไปตรวจด้วยพีซีอาร์แล้วแยกออกมา กลุ่มนี้มีความสำคัญที่ต้องเอามาเทียบเคียงว่า แม้จะตรวจเจอ 2 พันกว่าราย แต่ระบบการตรวจสอบขาเข้ามามีจำนวนเยอะ คนตรวจเข้าถึงแล็บสัปดาห์ที่แล้วรายงาน 1.4 แสนกว่าราย ตอนนี้ก็น่าจะมากกว่านั้น เราพยายามขยายคนรับสิทธิการตรวจมากขึ้น สมัยก่อนวัณโรคเรียกว่าเอกซเรย์ทุกพื้นที่ เราก็ต้องพยายามตรวจหาให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สำหรับการตรวจหาผู้ป่วยเชิงรุกใน กทม. พื้นที่บางเขนและคลองเตย หาผู้ป่วยกลุ่มเฉพาะทั้งที่แสดงอาการ ไม่แสดงอาการ พบว่าหลังสงกรานต์วันที่ 15 เม.ย. ไล่ตรวจทุกวันวันละหลายร้อยราย สูงสุด 350 ราย ตรวจรวมทั้งหมด 1,876 ราย พบได้แค่ 1 ราย อาจเป็นไปได้ว่าทุกท่านดูแลสุขภาพอย่างดี ตอนนี้เป็นโอกาสช่วงลงของเชื้อโรคนี้ ทำให้เจอน้อยลง แต่ไม่ได้หยุดแค่นี้ กทม.ต้องหาเพิ่มขึ้นอีก คือ สิ่งที่ สธ.ถือเป็นนโยบายในการปรับเปลี่ยนวิธีการค้นหาเชิงรุกมากขึ้น เพื่อควบคุมโรคนี้โดยเร็ว

ขอขอบคุณข้อมูลจาก mgronline.com